ว่าด้วยเรื่องการยกกระชับ

ว่าด้วยเรื่องการยกกระชับ

 

หมอเชื่อว่าคงไม่มีผู้หญิงคนไหน ที่โอเคกับริ้นรอยเหี่ยวย่นจนดูแก่ก่อนวัยหรอก จริงไหมคะ แต่ทว่าความเสื่อมโทรมของผิวหนัง ก็ถือเป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ทำให้หลายๆ คนมักจะให้ความสำคัญกับการดูแล และบำรุงผิวกันมากขึ้น โดยเฉาะเมื่อก้าวเข้าสู่เลข “3”
จริงๆ แล้วการยกกระชับผิว มีหลายหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดี ข้อเสีย ต่างกัน การเลือกวิธีใด วิธีหนึ่งคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักในปัจจุบัน และหมอเห็นว่าการ combine หลายๆ วิธีร่วมกันมักให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจกว่าเยอะคะ  ^ ^

วิวัฒนาการ การยกกระชับผิว

ทั่วโลกให้ความสำคัญในเรื่องการชลอวัย และความเต่งตึงของผิวมานานหลายพันปี นับตั้งแต่สมัยกรีก
แต่เราคงไม่ต้องพูดไปไกลขนาดนั้นนะคะ เอาแค่แนวทางในการยกกระชับที่ฮิตๆ และนิยมกันในปัจจุบันก็พอคะ

 

 

วิธีการยกกระชับที่เราคุ้นเคย

วิธีที่ได้ยินมานาน อย่าง Botox ถือเป็นวิธีคลาสสิค ใช้กันมาเนิ่นนาน โบท็อกซ์จะไปยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อมัดที่ดึงหน้า ให้หย่อนคล้อยลง เมื่อโบทีอกทำงาน กล้ามเนื้อจะคล้ายเป็นอัมพาตชั่วคราว ทำให้ผิวที่ถูกดึงรั้งลงยกกระชับและตึงขึ้น ฟังดูอาจน่ากลัวนะคะ แต่จริงๆ แล้วการใช้โบท้อกซ์ มีความปลอดภัยสูงคะ (ทางการแพทย์ให้การยอมรับ ยังสามารถใช้รักษาในเด็กได้ด้วย) ผลที่ได้จากการใช้โบท้อกซ์ นอกจากจะทำให้ผิวยกกระชับแล้ว ยังสามารถปรับรูปหน้า กรอบหน้าชัดเจนสวยงามแลดูเรียวลง
ข้อดี เห็นผลเร็ว  เริ่มที่ 3 วัน ถึง 1 สัปดาห์ภายหลังการฉีดโบท็อกซ์ และผลการรักษาจะอยู่ได้นาน 4-6 เดือนหลังการฉีด 1 ครั้ง ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ
ข้อเสีย ไม่สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนังได้ เหมือนการใช้เครื่องมือ หรือวิธีการอื่นๆ
วิธีนี้จะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหย่อนคล้อยของผิวที่สาเหตุเกิดจากกล้ามเนื้อ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นพวก ริ้วรอยตีนกา รอยย่นหน้าผาก รอยย่นปีกจมูก และกรอบหน้า

 

 

 

 

การยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุ ( LIFTING & TIGHTENING LASER)

ปัจจุบันมีเครื่องมือหลายชนิดที่สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น รูขุมขนกระชับขึ้น ลดเลือนริ้วรอยตื้นๆ ได้ แล้วยังส่งผลในเรื่องการลดการหย่อนคล้อยของใบหน้าได้อีกด้วย
ข้อดีของเครื่องมือกลุ่มนี้ เป็นการรักษาที่สะดวก ไม่ต้องเตรียมตัวมากมาย และราคาไม่สูงมากเมื่อเทียบกับวิธีอื่น
ข้อเสียได้แก่  ผลลัพธ์คงอยู่ไม่นานเพียงหลักสัปดาห์ถึงเดือน ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดของเครื่องมือ และสภาพผิวขอแต่ละท่าน เพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนานขึ้น จึงจำเป็นต้องทำ สม่ำเสมอและต่อเนื่องหลายครั้ง ถึงจะเห็นผลชัดเจนมากขึ้น หลังทำไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรงใดๆ ไม่ต้องพักฟื้น
เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย และมีเวลา สามารถเข้ารับการรักษา อย่างต่อเนื่อง

 

 

 

 

 

 

การยกกระชับด้วยเทคโนโลยีเทอร์มาจ (THERMAGE)

เป็นการรักษาโดยส่งผ่านคลื่นวิทยุและความร้อนลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวหนังชั้นลึก ทำให้ผิวหนังแข็งแรงและยืดหยุ่นดีขึ้น ความหย่อนคล้อย และริ้วรอยลดลง
ข้อดี ผลลัพธ์คงอยู่นาน 1-2 ปีจากการรักษาเพียงครั้งเดียว
ข้อเสีย เนื่องจากการรักษาลงลึกในชั้นผิว ผู้รับบริการอาจจะรู้สึกเจ็บบ้าง การรักษาต้องทายาชาก่อนการทำ อีกข้อคือผลลัพธ์จะเห็นช้ามาก คือเห็นชัดเจนเมื่อเวลาผ่านไปที่ 1-2 เดือน และราคาจะค่อนข้างแพง อีกจุดนึงที่อาจต้องเอามาคิดคือ การใช้ความร้อนอาจมีผลแง่ลบต่อผิวในระยะยาว เช่น ฝ้า กระ

 

 

 

 

การยกกระชับด้วยเทคโนโลยี HIFU หรือ HIGH INTENSITY FOCUSED ULTRASOUND

ยกกระชับ ระดับลึก เป็นการรักษาโดยส่งผ่านพลังงานอัลตราซาวน์ที่มีคลื่นความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจงลงลึกถึงชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ SMAS ซึ่งลึกกว่าชั้นคอลลาเจน เป็นชั้นที่ศัลยแพทย์ดึงเวลาผ่าตัดยกกระชับใบหน้า
ข้อดี หลังทำเพียง 1 ครั้งสามารถเห็นผล นาน 1-2 ปี  ผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นที่ 3 เดือนหลังการรักษา
ข้อเสีย ราคาค่อนข้างสูง  การใช้ความร้อนอาจมีผลแง่ลบต่อผิวในระยะยาว เช่น ฝ้า กระ

 

 

 

 

 

FACE LOCK BY AIR JET  นวัตกรรมใหม่ล่าสุด

ผลลัพธ์เสมือนการผ่าตัดศัลยกรรม เป็นการใช้แรงดันอากาศ​พลังงานสูงมาก ส่งผ่านสารอาหารผิวนับล้าน ฟื้นฟูซ่อมแซมใต้ชั้นผิว โดยเน้นแนวไรผม และหลังหู ยึดหลักเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้าเลยทีเดียว
การยกกระชับโดย Face Lock by Air Jet ถือเป็นการพลิกโฉมการยกกระชับ ด้วยการพัฒนา นวัตกรรมที่ไม่ใช้ความร้อน ในการยกกระชับผิว Air Jet เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เปลี่ยนวิธีการรักษาปัญหาริ้วรอย และผิวหย่อนคล้อยอย่างสิ้นเชิง !!!!
ทำให้เกิดการฟื้นฟูผิว อย่างทันทีทันใด ด้วยกระสุนของสาร solution จำนวนมหาศาลที่ลงสู่ชั้นผิวทุกระดับ แบบรอบด้าน หรือ 3มิติ

 

 

 

 

Air Jet ทำงานโดยการใช้พลังงานจลน์ (Kinetic Energy) ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ที่มีแรงดันอากาศพลังสูงมาก นำพาเอาสาร solution ที่อุดมด้วยอาหารผิวมากมาย รวมถึงสารไฮยาลูรอนิค ผ่านผิวหนังสู่เนื้อเยื่อผิวหนังภายใน เสมือนกระสุนนาโน ที่นำโมเลกุลของสาร solution กระจายตัวเป็นละอองเล็กๆ ด้วยแรงดัน วิ่งผ่านเนื้อเยื่อผิวหนังทุกระดับชั้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่เพิ่มขึ้น เป็นวงกว้าง และขณะเดียวกันก็ลงลึกถึงชั้น SMAS ที่เป็นตาข่ายรองรับเนื้อเยื่อผิวหนัง ทำให้เกิดการเติมเต็มริ้วรอย และสร้างคอลลาเจนใหม่ อย่างทันที ผลคือทำให้ผิวเรียบเนียน ตึงกระชับ ลดริ้วรอยอย่างชัดเจน ตั้งแต่ครั้งแรกที่รับการรักษา
ข้อดีที่สำคัญเมื่อไม่มีการใช้พลังงานที่ทำให้เกิดความร้อน จึงไม่มีโอกาสที่จะเกิดผิวไหม้ ฝ้า หรือกระ  จึงนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการรักษาผิวหนังทางการแพทย์ ที่ไม่ต้องพึ่งพลังงานที่ทำให้เกิดความร้อนใต้ผิว เพื่อฟื้นฟูหรือซ่อมสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนภายใน และการรักษาไม่เจ็บ ผู้รักการรักษาไม่ต้องทายาชา ไม่ต้องประคบเย็น หลังการรักษา ไม่มีรอยแดง หรือช้ำเขียว มีเพียงตุ่มเล็กๆ ซึ่งจะหายไปใน 30 นาที สามารถแต่งหน้า และใช้ชีวิตได้ตามปกติ  ข้อดีอีกข้อคือราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับ HIFU และ Termarge

 

 

 ข้อเสียของการรักษาด้วย Air Jet Treatment อาจมี Bleeding เป็นจุดๆ หลังการรักษา ขึ้นกับพลังงานที่แพทย์ใช้ ผู้รับการรักษาจึงจำเป็นต้องดูแลเรื่องความสะอาดบริเวณที่ทำอย่างดี

เมื่อเปรียบเทียบความร้อนที่ได้รับจากการรักษาแบบต่างๆ

 

 

ภาพก่อน และหลังทำทันที เพียงครึ่งหน้า เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ชัดเจน

 

 

THE FACE AESTHETIC

เดอะเฟส เอสเทติก คลินิก เวชกรรม ความงาม

Anti Aging ปรับรูปหน้า ฉีดผิวขาว รักษาฝ้ากระ

ด้วยทีมแพทย์มีอาชีพ เพราะความสวยต้องมาพร้อมความปลอดภัย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม @thefaceaesthetic1

กรุณา Add Line
@thefaceaesthetic1
เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการ Booking

ปรึกษาเรื่องความงาม
โทร.
02 712 2334
จองคิวโปรแกรมรักษา

เชื่อมต่อเราเพิ่มเติมได้ที่ @thefaceaesthetic