
ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจก่อนว่า การที่จะทำให้ผิวขาวย่างถาวรนั้นเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากสีผิวถูกกำหนดโดยกรรมพันธ์ และเชื้อชาติ ซึ่งเมื่ออธิบายลึกลงไปคือความเข้มหรือสีของผิวนั้น เกิดจากสิ่งที่เรียกว่าเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ซึ่งในคนที่ผิวคล้ำก็จะมีเม็ดสีเมลานินนี้ มากกว่าคนที่มีผิวขาว จึงทำให้ดูเป็นคนผิวคล้ำ และการมีผิวสีคล้ำดำ หรือเป็นจ้ำๆ (ที่มักเรียกว่า "ฝ้า") ก็เกิดจากการสร้างเม็ดสีเมลานินนี้เข้มขึ้นอย่างผิดปกตินั้นเอง
ในผิวคนเรา จะประกอบไปด้วยเซลล์ผิวหนังชนิดหนึ่งในชั้นหนังกำพร้าที่เรียกว่า เมลาโนไซต์ (melanocyte) ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีจำนวนประมาณ 8% ของเซลล์ผิวหนังของชั้นหนังกำพร้า เซลล์นี้จะมีเม็ดสีที่เรียกว่า เมลานิน (melanin) อยู่ในถุงหุ้ม เมลาโนโซม (melanosome) ซึ่งเจ้าเซลล์เมลาโนไซต์จะส่งเม็ดสีเมลานินไปให้กับเซลล์ผิวหนังชั้นบนกว่าที่เรียกว่า คีราติโนไซต์ (keratinocyte - ผิวหนัง 90% จะประกอบไปด้วยเซลล์คีราติโนไซต์นี้) ทำให้เกิดเป็นสีของผิวหนังขึ้น
เมลานินถูกสร้างมาจากไหน
1. เอนไซม์ไทโรซีเนส (tyrosinase) มีบทบาทมากที่สุดในการสร้างเม็ดสีเมลานิน ถ้าเอนไซม์นี้ทำงานมากเกินไป ก็จะทำให้เม็ดสีเมลานินถูกสร้างมากขึ้นและอาจจะได้เม็ดสีสีดำแบบยูเมลานินมากขึ้น ทำให้เกิดรอยดำ หรือ ฝ้า ได้ จึงมีการพยายามยับยั้งการทำงานของเอนไซม์นี้ด้วยสารบางชนิดเช่น วิตามินซี, แอลบูตีน (albutin), ลิกเคอริส (licorice) เพื่อลดการสร้างเม็ดสีดำมากเกินไป ทำให้ผิวขาวขึ้นได้ (เมื่อก่อนมีการใช้สารจำพวก ไฮโดรควิโนน แต่พบว่ามีผลข้างเคียงมากซึ่งปัจจุบันเป็นสารต้องห้ามที่ไม่ผ่าน อย. จึงควรหลีกเลี่ยง)
2. เอนไซม์กลูตาไธโอน (glutathione) หรือ ซิสทีน (cysteine) จะมีบทบาทรองลงมา เอนไซม์ตัวนี้จะทำหน้าที่เปลี่ยน DOPAquinone ไปเป็น ฟีโอเมลานิน (pheo-melanin) ซึ่งมีผลทำให้มีผิวสีชมพู ในธรรมชาติสามารถพบกลูตาไธโอนได้ในผลไม้ เช่น แตงโม สตรอเบอรี่ องุ่น น้ำผึ้ง เป็นต้น ดังนั้นการรับประทานอาหารเหล่านี้จึงมักจะช่วยให้ผิวขาวใสขึ้นได้บ้าง
3. เอนไซม์ D.tautomerase และ D.polymerase สองตัวนี้จะช่วยในการเปลี่ยน DOPAchrome ไปเป็น DHI และ จาก DHI ไปเป็น ฟีโอเมลานิน (pheo-melanin) ตามลำดับ ทำให้สีผิวขาวใสขึ้น ซึ่งหากมีมากเกินไปก็จะทำให้เกิดเป็นกระหรือรอยสีแดงได้
4. เอนไซม์ D.peroxidase เป็นเอนไซม์ที่เปลี่ยนสารกึ่งกลาง DHI ให้กลายเป็นเม็ดสี ยูเมลานิน (eumelanin) ซึ่งมีสีคล้ำ สารเพิ่มความขาวในกลุ่ม albutin จะออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ D.peroxidase นี้ทำให้ไม่เกิดเม็ดสีคล้ำมากขึ้น
5. แสงแดด เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการสร้างเมลานิน โดยที่รังสี UV ชนิด A เป็นรังสีที่มีช่วงคลื่นยาว พลังงานต่ำ จะกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนัง melanocytes สร้างเม็ดสีเมลานินได้โดยตรง, กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ให้ทำงานได้มากขึ้น, และทำให้เซลล์ผิวหนังชั้นบนคือ keratinocyte รับสารเมลานินได้มากขึ้นส่งผลให้สีผิวเข้มขึ้น จึงทำให้เกิดผิวสีคล้ำ เกิดฝ้า หรือ กระ และรังสี UV ชนิด B มีช่วงคลื่นสั้น พลังงานสูง จะทำให้การทำงานประสานกันของเซลล์ melanocyte และเซลล์ผิวหนัง keratinocyte ได้ดีขึ้นในการรับส่งเม็ดสีเมลานินทำให้ผิวคล้ำได้เช่นกัน
6. ปัจจัยภายนอกอื่นๆ เช่นการรับประทานยาบางประเภท อาจมีส่วนกระตุ้นการทำงานของเมลานินได้เช่นกัน
เมื่อเราทราบแล้วว่าผิวคล้ำเกิดจากอะไร ดังนั้นเราก็สามารถยับยั้งหรือหลีกเลี่ยงได้ เพื่อผิวที่ขาวใสขึ้นได้
อย่างไรก็ตามการรักษาแต่ละวิธี ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แพทย์จำเป็นต้องวินิจฉัย รวมถึงเลือกช่วงคลื่นแสงที่เหมาะสมในการรักษา และหลังจากการรักษาด้วยการทำเลเซอร์แล้วต้องดูแลผิวด้วยการงดเว้นการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองง่าย งดการขัดลอกผิว ควรหลบแดดและทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอนะคะ
มีข้อสงสัยสามารถโทรปรึกษาได้ที่
The Face Aesthetic Tel: 0-2712-2334
The Face Aesthetic คลินิกเวชกรรมความงาม ปรับรูปหน้าเรียว เลเซอร์ฝ้า เลเซอร์ผิวขาว
Botox ร้อยไหม ด้วยทีมแพทย์มืออาชีพเพื่อความงามของคุณ
Call center : 02-7122334
LINE official : theface_aesthetic
Instragram : theface_aesthetic
Facebook : https://www.facebook.com/thefaceclinic