
3 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ Cleansing Oil
1.ใช้ Cleansing Oil แล้วยังรู้สึกลื่นบนใบหน้า... แล้วผิวจะสะอาดจริงหรือ??
โดยปกติ ผิวของคนเรานั้นจะสร้างน้ำมันตามธรรมชาติ เพื่อเคลือบผิวไว้อยู่แล้ว ความรู้สึกลื่นเล็กน้อยหลังล้างหน้าด้วยออย คือกลไกในการรักษาสมดุลของน้ำมันบนผิวเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้งเกินไป หรือมันมากจนเกินไป ซึ่งผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ดีนั้น ควรทำความสะอาดอย่างล้ำลึก แต่ในขณะเดียวกันต้องไม่ทำลายสมดุลโดยธรรมชาติของผิวด้วย สำหรับ Purity Cleansing Oil จะมีจุดเด่นในการชะล้างเครื่องสำอางได้ง่าย และเกลี้ยงกว่า เนื่องจากเครื่องสำอางส่วนใหญ่มีส่วนผสมของออย ดังนั้น เมื่อออยมาเจอออย จะทำให้สามารถล้างเครื่องสำอางออกได้ง่ายขึ้น
2.ผิวมัน สามารถใช้ Cleansing Oil ได้หรือไม่
คนส่วนใหญ่มักมีความเชื่อว่า ยิ่งใช้น้ำมันล้างหน้า ก็จะยิ่งทำให้หน้ามันมากขึ้น แต่ความจริงก็คือ สาเหตุของความมันเกิดจากผิวขาดสมดุลเนื่องจากการล้างหน้า ที่ผิววิธี ดังนั้นการใช้ออยล้างหน้าอย่างถูกวิธี นอกจากจะไม่ทำให้หน้ามันมากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ใบหน้าผลิตน้ำมันช้าลงอีกด้วย
3.การใช้ cleansing oil ที่ถูกต้องควรใช้อย่างไร
- สเปรย์ออยลงบนบริเวณใบหน้า หรือผิวที่ต้องการทำความสะอาดให้ทั่ว แล้วนวดวนเบาๆ ให้ทั่วใบหน้าที่แห้งประมาณ 1 นาที
- ใช้นิ้วแตะน้ำสะอาดเล็กน้อย แล้ววนซ้ำให้ทั่วผิวหน้าจนกระทั่งออยเปลี่ยนเป็นน้ำนม และความมันค่อยๆ หายไป
- ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด จนกระทั่งหมดความมัน ซับหน้าให้แห้ง พร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไป
| ชื่อสินค้า : | Purity Cleansing |
|
ออยทำความสะอาดเครื่องสำอางสูตรอ่อนโยน : |
สามารถใช้ได้ทั้งบริเวณผิวบอบบางบริเวณรอบดวงตา ริมฝีปาก และทั่วใบหน้า อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว สามารถชะล้างสิ่งสกปรกที่อุดตันบนใบหน้าได้อย่างหมดจดในขั้นตอนเดียว โดยไม่ทิ้งสารตกค้างไว้บนผิวหน้า พร้อมสารบำรุงที่ช่วยคืนความชุ่นชื่นให้กับผิว เสริมความแข็งแรงให้ผิวตามธรรมชาติ ออยจะทำงานโดยการรวมตัวกับเครื่องสำอาง ฝุ่นละออง สิ่งสกปรกในอากาศ แทรกซึมเข้าไปทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดล้ำลึก และสามารถล้างออกด้วยน้ำเปล่าอย่างง่ายดาย โดยออยจะเปลี่ยนเป็นน้ำนมเมื่อถูกน้ำ ทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่มชุ่มชื่น สะอาด สดใสในทุกวัน |
|
ขนาด : |
150mL |
|
วิธีใช้ : |
นวดออยทั่วใบหน้าด้วยปลายนิ้ว กดนวดเบาๆ บริเวณรอบดวงตา แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด |
|
ส่วนประกอบ : |
Neopentyl Glycol Diethylhexanoate, Polysorbate 80, Vitamin E, Butylene Glycol Isononyl Isononanoate, AloeVera Oil Extract, Jojoba Oil, Olive Oil, Laureth-4, Polyglyceryl-2 Isostearate, Perfume |
|
Aloe Vera Oil Extract : |
สารสกัดจากว่านหางจระเข้ มีสารอาหารมากถึง 130 ชนิด สามารถยับยั้งการก่อตัวของ Melanoma และปรับสภาพผิวที่ถูกทำลายจากรังสีอัลตราไวโอเลตให้มีความชุ่มชื้น แข็งแรงขึ้น จากการทดสอบพบว่า Aloe Vera สามารถเพิ่มภูมิต้านทานและลดอาการแพ้ อักเสบ หรือระคายเคืองได้ถึง 85% ดังนั้นจึงเป็นสารอีกตัวที่ช่วยปกป้องผิวบอบบาง คืนความชุ่มชื้นให้แก่ชั้นผิวได้อย่างล้ำลึก |
|
Butylene Glycol : |
เป็น humectant เป็นสารที่ทำหน้าที่เก็บกักความชุ่มชื้น โดยจะทำการดึงน้ำและความชุ่มชื่นเข้าสู่เซลล์ผิว มักใช้ร่วมกับ Mineral Oil ที่สามารถเก็บกักน้ำไม่ให้ออกจากผิว เพื่อเสริมประสิทธิภาพกันและกัน |
|
Jojoba Oil & Olive Oil: |
น้ำมันจากธรรมชาติ มีคุณสมบัติแทรกซึมสู่ผิวได้เป็นอย่างดี ทดแทนไขมันของผิวที่สูญเสียไปเนื่องจากมลภาวะแวดล้อมหรือจากการชำระล้าง ทำให้ผิวคงความชุ่มชื้นได้ตลอดวัน |
|
|
เป็นอิมัลซั่นและสารที่ช่วยลดแรงตึงผิว เพื่มความนุ่มลื่น ชุ่มชื่นให้ผิว |
|
Vitamin E : |
เป็นสาร antioxidant ช่วยป้องกันเซลล์จากการถูกทำลายโดยแสงแดด สามารถลดอัตราการเกิดโรคมะเร็วผิวหนัง โดยมีผลต่อ elastic fiber ในผิวชั้น demis มีคุณสมบัติรักษาความชุ่มชื่นของผิวหนังโดยวิตามิน E จะสะสมอยู่ในผิวหนังชั้น stratum corneum และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยไปป้องกันกระบวนการเกิด Lipid peroxidation ลดริ้วรอยการแก่ก่อนวัยและผิวหน้าหมองคล้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรอยแผลเป็นให้จางหายได้อย่างรวดเร็ว บำรุงผิว เพิ่มความชุ่มชื่นและความยืดหยุ่นให้กับผิว |