NAD+ therapy

ชะลอความแก่..
เรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ด้วย NAD+

สะเทือนวงการแพทย์ ด้วยการชะลอความเสื่อมของร่างกาย ได้ลึกถึงระดับเซลล์ แถมยังต้านการเกิดโรคที่เกิดจากวัยได้อีกด้วย

 NAD+ คืออะไร ? 

NAD (Nicotinamide adenine dinucleotide) ย่อมาจากนิโคตินาไมด์อะดีนีนไดนิวคลีโอไทด์  เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

เป็นโคเอ็นไซม์ที่พบในเซลล์ที่มีชีวิตทั้งหมด เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และมีอยู่ในร่างกายเราอยู่แล้ว NAD สำคัญมาก เพราะมันจะช่วยเพิ่มพลังให้ร่างกาย โดยเอาอาหารที่เรากินทั้งหมดไปสร้างพลังงาน ซึ่งขบวนการผลิตพลังงานนี้จำเป็นต้องมี NAD ในการสร้าง

แน่นอนว่า ยิ่งมี NAD มากเท่าไหร่ การทำงานของเซลล์ก็จะดีขึ้นเท่านั้น จะพูดว่าเป็นกุญแจที่ทำให้กลไกต่างๆ ของเซลล์ในร่างกาย ทำงานได้ดี เหมือนกันย้อนวัยเลยก็ว่าได้

การลดลงของ NAD+ ?

ทำให้ร่างกายเกิดความชรา และความเสื่อมถอยของระบบประสาทและความจำ มีงานวิจัย จากมหาลัย Harvard ให้ NAD กับหนูที่แก่แล้วอายุ 2เดือนเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ พบว่าหนูแก่มีพฤติกรรมเสมือนหนูอายุหกเดือน เช่นทานอาหารได้ดีขึ้น กระชับกระเฉง และกลับมาตั้งครรภ์ได้

พบว่า ระดับ NAD+ ที่มากขึ้นจะช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย ช่วยเเก้ไขข้อบกพร่องของระบบการเผาผลาญของ กระบวนการแก่ของเซลล์ รวมถึงโรคทางระบบประสาท, โรคหลอดเลือดหัวใจ, เบาหวาน, โรคอ้วน และปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอายุ

NAD+ สำคัญยังไง ?

NAD  มี 2 รูปแบบได้แก่

  1. รูปแบบที่ออกฤทธิ์และใช้งานอยู่เรียกว่า NAD+

  2. รูปแบบที่ไม่ใช้งานเรียกว่า NADH

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบ NAD+ เป็นครั้งแรก และเริ่มศึกษาประโยชน์ของมันในช่วงต้นทศวรรษ 1900 แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้เราเพิ่งจะรู้ถึงศักยภาพที่แท้จริงของมัน

เราอาจพูดได้ว่า NAD+ คือ “โมเลกุลตัวช่วย” เพราะเมื่อมันจับกับเอนไซม์อื่นๆ ในร่างกาย มันจะสร้างปฏิกิริยาระดับโมเลกุล ตัวอย่างเช่น โปรตีนที่เรียกว่า “เซอร์ทูอิน” ซึ่งมีหน้าที่ดำเนินกระบวนการทางชีววิทยาหลายอย่างภายในร่างกายมนุษย์ เพื่อกระตุ้นมห้โคเอนไซม์ทำงานได้อย่างถูกต้อง

ทุกคนเข้าใจดีอยู่แล้วว่า เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายของเราจะสร้างโคเอนไซม์ได้น้อยลงเรื่อยๆ 

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราเริ่มรู้สึกถึงผลกระทบของอายุที่มากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเจ็บป่วย ที่เกี่ยวข้องกับอายุมากขึ้นในแง่ของคนธรรมดา

มีการศึกษาที่ค้นพบว่า การลดลงของระดับ NAD+ ทำให้เกิดความชรา โดยทั่วไประดับ NAD+ จะลดลงตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น  ในวัยกลางคนจะลดลงเหลือน้อยกว่า 50 % และลดลงเหลือเพียง 1 – 10 % เมื่อมีอายุ 80 ปี การลดลงของระดับNAD+ ก่อให้เกิดการเสื่อมถอยของระบบประสาทและความจำ ระดับการเปลี่ยนแปลงพลังงานลดลง ความผิดปกติของกล้ามเนื้อ เกิดภาวะของโรคหัวใจ โรคอ้วน โรคเบาหวาน ภาวะมีบุตรยาก และปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามอายุขัย

การบำบัดด้วย NAD+ 

การให้ NAD+ แก่ร่างกายของคุณผ่านทาง IV Drip เป็นวิธีเดียวที่จะ ทำให้แน่ใจว่าคุณได้รับในปริมาณที่จำเป็น เพื่อการออกฤทธิ์ 100% จากโมเลกุล ซึ่งหมายความว่าร่างกายของคุณจะดูดซับโคเอ็นไซม์เสริมที่เป็นไปได้สูงสุดและแปลงเป็นพลังงานระดับโมเลกุลได้อย่างดีที่สุด

ที่ผ่านมาเราอาจจะเคยได้ยินว่า มีอาหารเสริม NAD แต่พบว่าเป็นเรื่องยากมากที่ร่างกายจะดูดซึม NAD+ ด้วยวิธีการทาน เพราะฉะนั้น วิธี IV เป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในปัจจุบัน

ประโยชน์ของ  NAD+ 

  • ช่วยเพิ่มระดับ สารสื่อประสาท กระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาทในสมอง ความจำดีขึ้น มีสมาธิมากขึ้น
  • ช่วยปรับสภาวะสมองทั่วไป เช่นภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และความผิดปกติทางอารมณ์
  • เพิ่มการเผาผลาญของเมตาบอลิซึม เร่งโปรแกรมการลดน้ำหนัก
  • ฟื้นฟูการทำงานของระบบประสาทโดยรวม
  • ฟื้นฟูความแข็งแรงและการทำงานของกล้ามเนื้อ
  • ช่วยให้เซลล์สร้างใหม่ และปกป้องเซลล์จากความเสื่อมของร่างกายตามอายุ
  • กระตุ้นการซ่อมแซม DNA สามารถลดการอักเสบ ช่วยให้ร่างกายของคุณฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บได้เร็วขึ้น
  • ช่วยให้อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง สำหรับผู้ที่ทำงานหนัก มีอาการดีขึ้น

เห็นโฆษณาเยอะมาก แล้วเราเลือก  NAD+ แบบไหนดี ? 

ปัจจุบัน NAD+ มีหลายแบบ หลายความเข้มข้น แต่สำหรับความเข้มข้นที่มีผลงานวิจัยรองรับว่าเห็นผล คือ 250mg และควรเป็นแบบผง

เปรียบเทียบ NAD+ แบบน้ำกับแบบผง

เมื่ออ้างอิงจากงานวิจัย ทางคลินิกเลือกใช้แบบผง เพราะมั่นใจว่าเป็น NAD+ ที่มีคุณภาพดีกว่า บริสุทธิและเสถียรกว่า 

  • ทำเป็นผงด้วยความเย็น ใช้วิธีการเดียวกับโบท็อกซ์ เพื่อคงความเสถียรของสารตามเปเปอร์งานวิจัย
  • ความบริสุทธิ์ มีรายงานการตรวจความบริสุทธิ์ ตามรายละเอียดแนบท้าย
  •  จากงานวิจัยจะเห็นว่า เก็บ NAD+ แบบผง ไว้ในอุณหภูมิสูงถึง 50องศา เป็นระยะเวลา 3 เดือน ความเสถียรของสารยังมากกว่า80เปอร์เซ็นต์ แต่แบบน้ำหลังจากเก็บไว้เพียงหลักวัน ความเสถียรลดลงอย่างรวดเร็ว และเมื่อนำแบบน้ำมาละลาย บางครั้งสีของสาร ออกเป็นสีเหลืองๆ ซึ่งไม่ควรเปลี่ยนสีเพราะจะเป็นรูปของสาร เป็นวิตามินบี3 เฉยๆค่ะ
  • ที่สำคัญตามเปเปอร์ NAD+ ไวต่อแสงมาก ไม่ควรอยู่ในขวดสีใสและควรเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสมเท่านั้น
  •  

งานวิจัย แสดงความเสถียรของ NAD+ แบบผง

งานวิจัย แสดงความบริสุทธิของ NAD+ แบบผง

ใครเหมาะกับ NAD+ ?

  • ใครก็ตามที่ รู้สึกเฉื่อยชาและเหนื่อยล้า
  • ผู้ที่มีปัญหาข้างเคียงจากความชรา หรือผู้ที่ป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับอายุ หรืออาการโรคเรื้อรังบางอย่าง เช่น โรคอัลไซเมอร์, โรคพาร์กินสัน, โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน
  • ความผิดปกติของไมโทคอนเดรีย
  • ผู้ที่มีความวิตกกังวล / ภาวะซึมเศร้า
  • ผู้ที่ทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ปัญหาด้านความจำ/สมาธิ
  • ซ่อมแซมเซลล์สมองที่ได้รับความเสียหายจากการใช้สารเสพติด (อย่าเข้าใจผิดนะคะ NAD+ ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาการเสพติด เพียงแต่ฟื้นฟู เซลล์สมองเท่านั้น)

 

การฉีดสารเหล่านี้ยังมีประโยชน์ต่อบุคคลที่มีสุขภาพแข็งแรงอีกด้วย แพทย์มักจะแนะนำ นักกีฬาที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ ฟื้นตัวเร็วขึ้นหลังจากออกกำลังกายอย่างหนัก หรือได้รับบาดเจ็บ

ต้องทำบ่อยแค่ไหน ?

แนะนำว่าให้ทำต่อเนื่อง ระยะยาว เพราะการปรับเปลี่ยน หรือชะลอความเสื่อมต้องใช้เวลาและปริมาณสาร ที่มากพอ คล้ายๆ กับการออกกำลังกาย ที่ควรทำต่อเนื่องสม่ำเสมอ

เนื่องจากตัวยามีความปลอดภัย และผ่าน อย. สามารถทำได้ต่อเนื่องเท่าที่ต้องการ เบื้องต้นแนะนำต่อเนื่องเดือนละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 8-10 เดือน หลังจากนั้นสามารถเว้นระยะ หรือไม่เว้นขึ้นกับสุขภาพแต่ละท่าน และเป้าหมายเฉพาะที่ต้องการ 

ใช้เวลาในการดิฟ iv ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ต่อครั้ง และควรทำต่อเนื่อง อย่างน้อย 8-10 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 

อันตรายไหม ใครที่ไม่เหมาะกับ NAD+ ?

เนื่องจาก NAD เป็นสารที่ร่างกายของเราผลิตได้เองอยู่แล้ว จึงค่อนข้างปลอดภัยมาก และการฉีดทุกครั้ง ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ 

ผู้ที่ไม่ควรฉีด NAD+ 

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือผู้ที่กำลังรักษาด้วยเคมีบำบัด ไม่แนะนำให้ใช้ NAD 
  • ผู้ที่มีอาการป่วย และกำลังรักษาหรือทานยาร่วม เช่น โรคภูมิแพ้รุนแรง โรคไต โรคตับ ต้องผยู่ภายใต้ความเห็นของแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น
  • NAD+ รุปแบบฉีด ไม่เหมาะกับเด็กและวัยรุ่น เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยมากพอ 

ดูแลตัวเองยังไงหลังฉีด NAD+ 

หลังทำ อาจจะมีอาการมึนหัวเล็กน้อย หรือมวนท้องบ้างในบางรายแต่ก็จะหายไปในประมาณ 20 นาที 

หลังทำควรดื่มน้ำเยอะๆ งดแอลกอฮอล์

หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้กำลังมากๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะวันที่ฉีด

เมื่อไรจะเห็นผล

หลังการฉีด 3-4 สัปดาห์ จะรู้สึกได้ว่าร่างกายสดชื่นขึ้น สมองปลอดโปร่งขึ้น หลับลึกและนานขึ้น แนะนำให้ฉีดต่อเนื่องเดือนละครั้ง 

มั่นใจที่ The Face Aesthetic 

  • ปรึกษาแพทย์ ผู้ชำนาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยเพื่อให้ได้รับสูตรที่เหมาะสม ปลอดภัยอย่างแท้จริง ก่อนตัดสินใจทำ
  • แพทย์เป็นผู้ดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่ตรวจร่างกาย ประเมิน วิเคราะห์ เปิดเส้น และคำนวนโดสที่เหมาะสมกับแต่ละท่าน
  • คลินิกเลือกใช้ NAD+ ที่ความเข้มข้น 250mg เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • สามารถปรับความช้า-เร็วได้ตามความแข็งแรงของร่างกาย ไม่เน้นเร่งเวลา
  • มีแพทย์ประจำทุกวัน ในกรณีฉุกเฉิน 
  • การเดินทางสะดวก 
สอบถามเพิ่มเติม หรือนัดปรึกษาแพทย์​

Tel: 02-7122 334

ขอขอบคุณ  คุณเอย-ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา 
ที่วางใจให้ The Face Aesthetic ดูแลค่ะ ^^

 

ขอขอบคุณ  ดร. แคทลีน มาลีนนท์

 ที่วางใจให้ The Face Aesthetic ดูแลค่ะ ^^

 

ขอขอบคุณ คุณแพทริเซีย กู๊ด

 ที่วางใจให้ The Face Aesthetic ดูแลค่ะ ^^

ราคาและ โปรโมชั่น