Call Center : 02-712-2334


> Treatment >Air Jet Facial Lifting (ยกกระชับผิวด้วยแอร์เจท)
Air Jet Facial Lifting (ยกกระชับผิวด้วยแอร์เจท)

 

 

 

 

วิวัฒนาการขั้นสูงสุด กับการยกกระชับผิว โดยไม่ต้องผ่าตัด

ผลลัพธ์เทียบเท่าการผ่าตัดดึงหน้า 

 

Air Jet  Facial Lifting

(ยกกระชับผิวด้วยแอร์เจท ผลลัพธ์เท่ากับการผ่าตัดศัลยกรรม)

 

เป็นที่รู้กันดีว่า เมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการสร้างคอลลาเจนของร่างกายเราก็จะลดลง โดยเฉพาะเมื่ออายุ 30 ขึ้นไป กระบวนการสร้างคอลลาเจนของผิว ก็ยิ่งลดลง

ที่ผ่านมา เราพยายามตอบโต้ธรรมชาติด้วยหลายๆ วิธีการ เช่นการฉีดโบท๊อกซ์ การฟิลเลอร์ หรือการยกกระชับวิธีอื่นๆ ไม่ใช่ว่าวิธีพวกนี้จะไม่ดีนะคะ แต่วิวัฒนาการเราดีขึ้นเรื่อยๆ  ทั้งผลลัพธ์ที่ได้ ทั้งระยะเวลาการรักษาตัว ทั้งระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่ 

 

สำหรับทรีทเม้นต์ Air Jet (แอร์เจท) ที่จะแนะนำ นับเป็นเทคโนโลยีล่าสุด ในปี 2015 นี้เลยคะ

หลังจากเราได้รู้จักกับเครื่องมือยกกระชับ HIFU Lifting ที่ออกมาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และเป็นที่ฮือฮาเรื่องการยกกระชับผิว 

HIFU (ไฮฟู) เป็นเครื่องที่ใช้พลังงานจากคลื่น Ultrasound จากภายนอกผ่านผิวหนังเข้าไปในร่างกาย ทำให้เกิดพลังงานความร้อนมากกว่า 65 - 80 องศาเซลเซียส ณ ตำแหน่งที่ต้องการ โดยผิวหนังอาจจะได้รับความร้อนจากการรักษาอยู่บ้าง ถึงแม้จะน้อยมาก แต่มีความร้อนเกิดขึ้นแน่นอน

แต่สำหรับ Air Jet (แอร์เจท) นั้นจะไม่มีความร้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะจะใช้หลักการแรงผลักสูญญากาศ พร้อมสารแอคทีพ ยิงลงบริเวณผิวที่ต้องการ โดยไม่มีพลังงานความร้อนแต่อย่างใด ทำให้ผู้ที่เคยร้อยไหม หรือ ฉีดโบท้อกซ์​ ฟิลเลอร์มา ก็สามารถทำทรีทเม้นต์ได้สบายมาก  เพราะไม่มีความร้อนไปรบกวนผิวแม้แต่น้อย โดยแรงดันอากาศที่ใช้ จะไปกระตุ้นคอลลาเจน อิลาสติน และไฟโบรบลาสต์ ตามวิธีธรรมชาติ

 

Airjet ทำงานอย่างไร

Airjet ใช้เทคโนโลยี Jet Bullet Effect ในการส่งยา และสารอาหารผิวที่จำเป็นต่างๆลงไปในชั้นผิวหนังแท้ผ่านจุดเล็กๆ บนผิวชั้นบน โดยสารอาหารและตัวยาต่างๆจะกระจายออกรอบทิศทาง เกิดบาดแผลเล็กๆ แบบ 3D Subcision เพื่อการกระตุ้นการฟื้นฟูผิวและคอลลาเจนใหม่ในบริเวณกว้าง ในระหว่างการฟื้นฟูสภาพผิวจะมีการดูดซึมสารอาหารเข้าไปด้วย ทำให้ได้ชั้นผิวใหม่ที่หนาตัวขึ้น ดูเต่งตึง ชุ่มชื้นขึ้น ชั้นผิวใหม่จะช่วยดึงรั้งผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้รูปหน้าที่หย่อนคล้อยกระชับขึ้นได้ แทนที่ชั้นผิวเดิมที่ไม่สมบูรณ์เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน

 

ขั้นตอนการทำ ไม่มีความรู้สึกเจ็บ ไม่จำเป็นต้องทายาชา หรือประคบเย็นใดๆ แพทย์จะดูแนวกล้ามเนื้อ และยิงในจุดที่ศัลยแพทย์ผ่าตัดดึงหน้า ใช้กรีดผิวเพื่อดึงยกกระชับเลยทีเดียว เช่นบริเวณหลังหู หน้าหู บริเวณไรผม ขมับ หรือบริเวณใต้คาง โดยการยิงจะเกิดแผลประมาณ 0.2 mm เท่านั้น แต่เมื่อตัวสารแอคทีพ เข้าสู่ผิว จะกระจายตัวเสมือน 3 มิติ เป็นบริเวณกว้างกว่าแผลบนผิวหนังมาก ทำให้ผิวที่ได้รับการรักษาทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ หลังการยิงแล้ว ผิวจะสร้างคอลลาเจนขึ้นในบริเวณที่ถูกยิง ทำให้ผิวถูกยกกระชับขึ้น

 

 

 

ภาพแสดงการทำงานของเครื่อง จะเห็นว่าแผลที่เกิดบนผิวมีขนาดเล็กมาก เมื่อเทียบกับผิวใต้ผิวหนัง ที่ได้รับการรักษา

 

 

 

 

จากรูปจะเห็นว่า หลังการรักษา ไม่กี่ชั่วโมง จะเห็นว่าผิวบริเวณชั้นหนังแท้ (Dermis) มีความหนาขึ้น เนื่องจาก กรดไฮยาลูโร ในผิวชั้นหนังแท้ จะดึงดูดโมเลกุลของน้ำ เข้ามาในเซล ทำให้ผิวบริเวณนั้นๆ หนา และชุ่มน้ำมากขึ้น และด้วยกลไกเดียวกัน คอลลาเจน ที่เกิดจาก การรักษาบาดแผล ตามธรรมชาติ และ hyaluronic ช่วยกันกระตุ้น fibroblast ทำให้ความสามารถในการสร้างเนื้อเยื่อ มีมากขึ้น และในที่สุดก็นำไปสู่​​ผิวหนัง ที่ชุ่มน้ำ และหนาขึ้น​​อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในระยะสั้นและ ระยะยาว ผลกระทบนี้ ก็แสดงให้เห็น โดยการวัด เชิงปริมาณ ต่อไปนี้

 

 

หลังการทำทรีทเม้นต์กับผู้หญิง อายุ 39 ปี โดยได้รับทรีทเม้นต์ จำนวน 3 ครั้ง ภายใน 4 เดือน จะเห็นว่าผิวในชั้น Dermis หนาขึ้น ถึง 2 เท่า และเส้นใยคอลลาเจนมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

ผลการวัดสภาพผิว ในบริเวณต่างๆ มีผลดังตารางข่างล่างนี้

I คือก่อนการทำทรีทเม้นต์​ 

II หลังการทำทรีทเม้นต์ไปจำนวน 3 ครั้ง ภายใน 4 เดือน  

III หลังการทำทรีทเม้นต์ 6 เดือน

 

 

 

เมื่อเปรียบเทียบกับการยกกระชับรูปแบบอื่นๆ

ด้วยเครื่อง Air Jet (แอร์เจท) จะสามารถรักษาลงลึกกว่า วิธีการอื่น โดยสามารถลงลึกถึง 3.5 – 5.0 mm และเมื่อกำหนดจุดตามที่แพทย์ต้องการแล้ว เครื่องสามารถขยายวงภายใต้ชั้นผิว เป็น 3 มิติได้บริเวณกว้างกว่า

 

 

เมื่อเทียบกับแผลบนผิว ขนาด 0.2mm เท่านั้น

หลังการทำทรีทเม้นต์ อาจเกิดรอยแผลขนาด 0.2 mm หรือเป็นแค่ตุ่มๆ ขึ้นตามบริเวณที่แพทย์รักษา แต่ว่าตุ่มเหล่านี้ ก็จะหายไปใน 2-3 ชม คะ  สำหรับรอยที่มีเลือดออก ก็จะตกสะเก็ดภายใน 24 ชม และสะเก็ตจะหายไป 2-3 วัน

 

บางท่านอาจมีอาการปวดหัว หรือมีไข้อ่อนๆ ได้ แต่ภายใน 24 ชม อาการเหล่านี้จะหายไป สามารถทานยาแก้อักเสบได้ ในกรณีมีอาการปวดมาก

 

 

 

ภาพหลังการรักษา

 

 

เมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการรักษา Air Jet (แอร์เจท) กับการรักษาแบบอื่น

 

 

 

 

การยกกระชับ Air Jet (แอร์เจท) เหมาะกับใคร

สำหรับการยกกระชับด้วย Air Jet (แอร์เจท) จะเหมาะกับผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวที่ขาดคอลลาเจน จะเห็นผลการรักษาชัดเจนกว่าเมื่อรักษาโดยวิธีการนี้

 

Air Jet สามารถแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

การรักษาด้วย Air Jet Treatment สามารถแก้ปัญหาหลายๆ อย่างเช่น ช่วยยกกระชับผิว ปรับรูปหน้าเรียว เพิ่มความใสของผิว ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น แก้ปัญหาหลุมสิว แก้ปัญหารอยแผลเป็น 

 

ผลที่ได้จากการรักษา ด้วย Air Jet (แอร์เจท) จะอยู่นานแค่ไหน

ผลที่ได้สามารถอยู่ได้นาน ถึง 1-2  ปี ขึ้นกับสภาพผิว และปัญหาของแต่ละท่าน เนื่องจากเป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน จึงขึ้นกับการดูแลรักษาและ life style ของแต่ละท่านด้วย อย่างไรก็ตาม สามารถทำทรีทเม้นต์ซ้ำได้ใหม่ตามที่แพทย์แนะนำ

 

ควรทำกี่ครั้ง

ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำให้ทำการรักษาประมาณ 3 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน

 

ระยะเวลาพักฟื้นนานไหม

หลังการทำทันทีจะมีตุ่มเล็กๆลักษณะคล้ายยุงกัดบริเวณที่ทำซึ่งจะหายไปภายใน 3 ชั่วโมง หลังการทำการรักษา 1 วันจะมีจุดที่ตัวยาเข้าไปในผิวจุดเล็กๆระดับไมครอน ซึ่งสามารถแต่งหน้าทับได้ จุดจะหายไปภายในหนึ่งอาทิตย์ ในการทำโปรแกรมยกกระชับหน้าจะทำการรักษาบริเวณใต้ไรผมจึงไม่สามารถมองเห็นจุดเล็กๆหลังทำการรักษาได้ ทำให้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ หลีกเลี่ยงการถูกน้ำ 2-3 วัน

 

อะไรคือข้อดีของการรักษานี้

เกิดสองผลลัพท์ที่ทำให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์​ สดใส และมีสุขภาพที่ดี ส่วนแรกคือการส่งโมเลกุลลงไปเพื่อฟื้นฟูผิวที่ขาดสารสำคัญต่างๆ ทำให้ผิวดูดีขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่วนที่สองคือเกิดการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูผิวใหม่ทำให้ได้ผลย้อนวัยที่มากและนานยิ่งขึ้น จึงสามารถใช้กับปัญหาผิวได้หลากหลายทั้งการยกกระชับหน้า ลำคอ V shape แผลเป็น 

 

มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

ในบางรายอาจมีอาการคล้ายกับการแพ้ซึ่งมักจะหายไปภายใน 1 – 2 วันหลังทำการรักษา ได้แก่ แดง บวม เจ็บ คัน ในบริเวณที่ทำการรักษาซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

 

รู้สึกอย่างไรในขณะที่ทำ

ผู้รับการรักษาจะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนและแรงกดในขณะทำการรักษา แต่ไม่มีอาหารเจ็บแต่อย่างไร อาจรู้สึกตึงๆ จากแรงกดของอากาศ

 

มีความเสี่ยงอะไรบ้าง

Airjet เป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัยโดยไม่มีความเสี่ยงในการเกิดรอยไหม้ หรือ แผลเป็นที่เกิดจากความร้อนเลยเมื่อเทียบกับเลเซอร์

 

สามารถทำหลังทำเลเซอร์หรือการลอกหน้าด้วยสารเคมีได้หรือไม่

แนะนำให้บริเวณที่ได้รับการรักษาหายสนิทเป็นปกติก่อน ซึ่งอาจใช้เวลา 2 – 4 สัปดาห์ สำหรับการร้อยไหม โบท๊อกซ์ หรือฟิลเลอร์ ควรเว้นระยะประมาณ 4 สัปดาห์ 

 

จะเห็นผลลัพท์เมื่อใด

สามารถเห็นผลได้ทันทีหลังจากการทำการรักษา ในผู้ป่วยบางรายอาจจะใช้ระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น 2 – 3 วันซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

 

    

 

ภาพหลังการรักษาเพียงครึ่งหน้า

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง :

ยกกระชับผิว ร้อยไหมสปริง  http://www.thefaceaesthetic.com/treatment_detail.php?tid=143

ยกกระชับด้วยการร้อยไหม Turbo Lift    http://www.thefaceaesthetic.com/treatment_detail.php?tid=142

Botox สวยด้วยสารพิษ  http://www.thefaceaesthetic.com/articles_detail.php?tid=44

ทำไมร้อยไหมแล้วไม่เห็นผล http://www.thefaceaesthetic.com/promotion_detail.php?tid=137

ปรับรูปหน้า ต้องมีหลักการ http://www.thefaceaesthetic.com/treatment_detail.php?tid=68

 

 

 

 

The Face Aesthetic คลินิกเวชกรรมความงาม ปรับรูปหน้าเรียว เลเซอร์ฝ้า เลเซอร์ผิวขาว 

Botox ร้อยไหม ด้วยทีมแพทย์มืออาชีพเพื่อความงามของคุณ

Call center : 02-7122334

LINE official : theface_aesthetic

Instragram : theface_aesthetic

Facebook : https://www.facebook.com/thefaceclinic