
ต้องยอมรับว่าปัญหาเรื่องเซลลูไลท์เป็นปัญหาใหญ่ของคุณผู้หญิงหลายๆ คน นอกจากเรื่องความสวยงามแล้วยังอาจก่อให้เกิดโรคจากการที่ร่างกายสะสมไขมันมากเกินไปด้วย เช่น ไขมันอุดตันในเส้นเลือด และหากการไหลเวียนของน้ำเหลืองมีประสิทธิภาพลดลง จะส่งผลกระทบต่อระบบการไหลเวียนของเส้นเลือดดำ ทำให้เกิดเส้นเลือดขอดและเท้าบวมตามมา
จากผลการสำรวจพบว่า 80%ของผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 20 ปี มักเริ่มมีเซลลูไลท์และเมื่ออายุมากกว่า 50 จะมีผิวเซลลูไลท์ให้เห็นมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับพันธุกรรม เชื้อชาติเผ่าพันธุ์
เซลลูไลท์ แบ่งได้ดังนี้
1. Hard Cellulite: พบได้บ่อยในผู้หญิงที่อายุน้อย (20-40 ปี) และมีการออกกำลังกายเป็นประจำ ลักษณะที่พบ คือ เมื่อบีบตามร่างกายจะเป็นก้อนแข็งเล็กๆ พบบ่อยบริเวณสะโพก และบั้นท้าย
2. Flaccid Cellulite: พบได้ในผู้หญิงอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย มีลักษณะเป็นก้อนไขมันนุ่มๆ มีการหย่อนคล้อย กล้ามเนื้ออ่อนเหลว พบบ่อยบริเวณท้องแขน คาง รอบเอว และหน้าท้อง
3. Edematous Cellulite: เกิดจากการไหลเวียนโลหิตไม่ดี มีการคั่งของน้ำเหลือง ทำให้ลักษณะเหมือนบวมน้ำ กดแล้วบุ๋ม พบบ่อยที่ต้นขา สะโพก พบว่าผิวหนังดูบอบบางเห็นเส้นเลือดและบวม
4. Mixed Cellulite: พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งในหนึ่งคนอาจพบเซลลูไลท์ทุกแบบ ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
พัฒนาการของ… เซลลูไลท์ตัวร้าย
ระยะที่ 0: เป็นระยะที่เริ่มมีพังผืดเกิดขึ้น แต่ไม่มาก ไม่สามารถสังเกตได้ทั้งจากการยืน หรือการนอนจะไม่เห็นเป็นผิวเปลือกส้มแต่อย่างใด แต่เมื่อทดลองหยิบเนื้อบริเวณนั้นขึ้นมาจะปรากฏเป็นรอยบุ๋มเกิดขึ้น
ระยะที่ 1: ยังไม่สามารถเห็นรอยบุ๋มได้เช่นเดียวกับระยะที่ 0 แต่เมื่อทดลองหยิบเนื้อขึ้นมาพบว่ามีรอยบุ๋มเพิ่มมากขึ้น
ระยะที่ 2: สามารถเห็นรอยของเซลลูไลท์ได้ชัดเจนในขณะยืนโดยไม่จำเป็นต้องจับขึ้นมาดู แต่ในขณะนอนจะยังไม่สามารถเห็นได้
ระยะที่ 3: ไม่ว่าจะยืนหรือนอนจะสามารถเห็นเป็นผิวเปลือกส้มได้ทั้งหมด เป็นระยะที่รักษายากที่สุดเพราะเกิดการสะสมของเซลลูไลท์มาในระยะเวลานานมาก
ทั้งนี้ ระยะการก่อตัวของเซลลูไลท์จะขึ้นอยู่กับกิจกรรมของแต่ละบุคคล ประกอบกับการกินอาหาร เช่น คาร์โบไฮเดรท ไขมัน และน้ำตาลที่มากเกินไป เป็นต้น
วิธีจัดการเซลลูไลท์เจ้าปัญหา
ปัจจุบันแม้เราจะยังไม่มีวิธีขจัดเซลลูไลท์ที่ได้ผล 100% แต่เทคโนโลยีใหม่ๆ ก็มีส่วนสำคัญในการสลายเซลลูไลท์ที่เห็นผลอย่างชัดเจน ซึ่งวิธีสลายเซลลูไลท์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ได้แก่…
เมโซเธอราปี (Mesotherapy)
สลายไขมันเฉพาะส่วนด้วยการฉีดยาเข้าใต้ผิวหนังชั้นเมโซเดิร์ม (Mesoderm) ทำให้กระบวนการเกิดไขมันถูกขัดขวาง ทำให้ไขมันสลายตัวในที่สุด
คาร์บ็อกซี เธอราปี (Carboxy Therapy, Carbondioxide Therapy)
สลายไขมันเฉพาะส่วน ด้วยการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เข้าสู่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังเพื่อสลายเซลลูไลท์ และไขมันทำให้เกิดกระบวนการเผาผลาญไขมันมากขึ้น และสลายเซลลูไลท์สลายตัวไปในที่สุด ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและไขมันของผู้ต้องการลดเซลลูไลท์เป็นสำคัญ
การนวดด้วยเครื่องอัลตร้าซาวน์ (Ultrasonic Massage) การนวดผิว ด้วยคลื่นอัลตร้าซาวน์ (Ultrasound) โดยทายาสลายไขมันไว้ตามร่างกายส่วนที่ต้องการลดและใช้เครื่องนวดไปตามบริเวณนั้นๆ เพื่อให้ยาซึมลงไปใต้ผิวหนังได้ลึกขึ้นและช่วยสลายเซลลูไลท์ ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและเซลลูไลท์ที่ต้องการลด
การออกกำลังด้วยเครื่องโฮบอดี้ ไวเบรชั่น (Whole body Vibration Exercise)
เป็นเสมือนการออกกำลังกาย หลักการทำงานคือเมื่อยืนอยู่บนเครื่องไวเบชั่น เครื่องจะเกิดการสั่นสะเทือนทำให้ร่างกายสั่นสะเทือนตามให้ผลเหมือนการนวดตัว และสลายเซลลูไลท์ในเวลาเดียวกัน
การนวดแบบเอนเดอร์โมโลยี (Endermologie)
การนวดกำจัดเซลลูไลท์เฉพาะส่วน ด้วยเครื่องสูญญากาศ โดยส่วนหัวของเครื่องจะมีท่อสุญญากาศอยู่ตรงกลางและด้านข้างเป็นลูกกลิ้งคู่ขนาน เมื่อต้องการใช้งาน ท่อสุญญากาศจะทำหน้าที่ดูดผิวบริเวณที่ต้องการขึ้นมา และลูกกลิ้งด้านข้างจะทำหน้าที่นวดเนื้อบริเวณนั้น ทำติดต่อกัน 14 ครั้ง โดย 7 ครั้งแรก ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และลดลงเหลือสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือตามแต่ผู้เชี่ยวชาญจะวินิจฉัย
Recommended !!!!
เครื่อง Lipo-3D เป็นความสำเร็จที่สมบูรณ์แบบของเทคโนโลยี ALUMA จากสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับการรับรอง FDA เมื่อปี 2005 ว่าสามารถกระชับและลดริ้วรอยของผิวหนังได้จริง แม้กระทั่งส่วนที่บอบบางอย่างผิวหน้า และรอบดวงตา โดยใช้การทำงานร่วมกันของ Bipolar Radio Frequency และ Near-Infrared Laser ควบคู่กับหัวนวด tissue manipulation ซึ่งเป็นระบบสูญญากาศที่ออกแบบเป็นพิเศษ ช่วยให้คลื่น RF ผ่านเข้าสู่ใต้ผิวได้ถึง 5-15 มม. พิสูจน์ความปลอดภัยและความมีประสิทธิภาพของ Lipo-3D ได้จากผลลัพธ์ของการกำจัดส่วนเกินและริ้วรอยในทุกส่วนของร่างกายภายในเวลา 30 นาทีเท่านั้น
หลักการทำงานของเครื่องมือ
ด้วยลำแสงเลเซอร์อินฟาเรดจะช่วยลด skin impedance โดยทำให้ผิวเกิดความร้อน และส่งคลื่น RF ทะลุเข้าไปในเนื้อเยื้อ โดยการทำงานประสานกันระหว่างเลเซอร์อินฟาเรด และคลื่น RF จะช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในเซล โดยการส่งความร้อนให้กับผิว หัวสูญญากาศและลูกกลิ้งที่ออกแบบเป็นพิเศษจะส่งให้คลื่น RF ทะลุเข้าไปใต้ผิวหนังได้ถึง 5-15 มม. และการใช้หัวสูญญากาศ และลูกกลิ้งยังช่วยยืดหยุ่นเนื้อเยื้อและสลายไขมันใต้ผิวหนังอย่างมีประสิทธิภาพ
ขั้นตอนการรักษาเป็นอย่างไร ?
เริ่มจากการใช้เครื่องมือ Lipo Firming 3D ในการนวดสลายเซลลูไลท์ และเจ้าหน้าที่พยาบาลก็จะนวด drain ไขมันด้วยมืออีกรอบ
ขณะทำการรักษาจะรู้สึกอย่างไรบ้าง?
ระหว่างการรักษาจะรู้สึกอุ่นสบายๆจนถึงอุ่นจัดและอาจรู้สึกยิบๆบ้างในบางบริเวณ
ในการรักษาแต่ละครั้งใช้เวลานานแค่ไหน?
ประมาณ 60 นาที และควรรักษาต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกันประมาณ 6-8 ครั้ง
ต้องรับการรักษากี่ครั้งจะเห็นผล?
การกระชับผิวลดสัดส่วนด้วยโปรแกรม Lipo Firming 3D นั้นสัดส่วนจะลดลงทุกครั้ง 0.5-1 ซม.ที่ทำการรักษา และสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในครั้งที่ 3
ผลการรักษาอยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลการรักษาอยู่ได้นาน 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลสุขภาพของแต่ละบุคคล
ผลข้างเคียงจากการรักษา
อาจมีรอยแดงหลังการรักษา และจะหายไปภายใน 1-2 ชม.
The Face Aesthetic คลินิกเวชกรรมความงาม ปรับรูปหน้าเรียว เลเซอร์ฝ้า เลเซอร์ผิวขาว
Botox ร้อยไหม ด้วยทีมแพทย์มืออาชีพเพื่อความงามของคุณ
Call center : 02-7122334
LINE official : theface_aesthetic
Instragram : theface_aesthetic
Facebook : https://www.facebook.com/thefaceclinic